Echo planet ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น 3D เรื่องแรกของประเทศไทย

"กันตนา" เกาะเทรนด์หนัง 3 มิติทะลุจอมาแรง ผุดโปรเจคยักษ์ "มหันตภัย..จิ๋วกู้โลก" เรื่องแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หวังปลุกตลาดแอนิเมชันไทยเฟื่องฟู พร้อมโกยรายได้ตลาดไทย-ต่างประเทศแตะ 300 ล้านบาท พร้อมกรุยทางต่อยอดตลาดใหม่ เผยมีสิทธิร่วมทุนต่างชาติหากดีลลงตัว
            นางอัจฉรา กิจกัญจนาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันตนา แอนิเมชั่น สตูดิโอ จำกัด กล่าวว่า ปีนี้บริษัทกำลังผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องใหม่ "มหันตภัย..จิ๋วกู้โลก (Echo Planet)" ซึ่งถือเป็นแอนิเมชัน 3 มิติแบบทะลุจอ หรือ Stereoscopic 3D (เอส3ดี) เรื่องแรกของไทยและเรื่องแรกในตลาดแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นเนื้อเรื่องใหม่ที่คิดใหม่ทั้งหมด และออกแบบคาแรคเตอร์ให้เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมสำหรับการทำตลาดในต่างประเทศด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากแอนิเมชันรูปแบบดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมในตลาดภาพยนตร์ที่เติบโตมากแล้ว เช่น ทอย สตอรี่ ซึ่งเป็นแอนิเมชันที่ต้องใช้แว่น 3 มิติประกอบการชม จากที่ผ่านมาเป็นการผลิตแอนิเมชัน 3 มิติที่ดูโดยไม่ต้องผ่านแว่น

บริษัท ใช้งบลงทุนครั้งนี้ราว 150 ล้านบาท และมีกำหนดซอฟต์ลอนซ์ช่วงเดือน ต.ค.2553 ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการต้นปี 2554 ซึ่งขณะนี้ผลิตไปได้แล้วราว 50% คาดว่าจะสามารถทำรายได้ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศราว 200-300 ล้านบาท
เธอเผยว่า แอนิเมชันเรื่อง ดังกล่าวยังคงใช้งบและทีมงานทั้งหมดของบริษัทเอง ซึ่งปัจจุบันมีบุคลากรในการผลิตราว 110 คน และมีระบบการผลิตแบบไปป์ไลน์ ซึ่งเป็นระบบที่ทีมงานแต่ละคนจะมีหน้าที่เฉพาะของตัวเอง ทำให้การผลิตเป็นขั้นตอนชัดเจน

"อุตสาหกรรมแอนิเมชันบ้านเราตอนนี้เริ่มดีขึ้น ได้รับความสนใจจากภาครัฐ และหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสนับสนุนมากขึ้น แม้จะยังเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดแอนิเมชันใน หลายๆ ประเทศ แต่ก็ถือว่าดีขึ้น และไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมของเด็กเท่านั้นแล้ว และยิ่งเป็น 3 มิติทะลุจอก็น่าจะยิ่งกระตุ้นให้คนมีอารมณ์ร่วมไปกับหนังมากขึ้น แม้การลงทุนจะต่างกับเรื่องที่ผ่านๆ มา แต่เราก็โชคดีที่เรื่องใหม่เป็นเรื่องที่ 3 ของเราในการทำแอนิเมชัน ทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้น และมีต้นทุนอยู่พอสมควรแล้ว และไม่ได้เริ่มจากศูนย์"

อย่างไรก็ตามบริษัทก็กำลังพิจารณาการร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติผลิตแอนิเมชัน ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายรายให้ความสนใจ แต่คาดว่ายังคงไม่ใช่ช่วงนี้ เนื่องจากกันตนายังมีศักยภาพการลงทุนเองค่อนข้างดี รวมทั้งยังสามารถทำตลาดในต่างประเทศได้โดยผ่านการขายไลเซ่นแอนิเมชันเรื่องก้านกล้วย 2 ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยเมื่อปีที่ผ่านมา


"กันตนา กรุ๊ป เองก็ยังพอทำได้ แต่ถ้ามีคนจะมาลงทุนด้วยก็สนใจ ซึ่งเราก็มีคุยๆ อยู่ แต่ก็ต้องดูว่าถ้าทำแล้ว เราต้องเสียความเป็นตัวตนของเราไป เราก็ไม่สนใจ"
พร้อมกับเผยว่า ปีหน้าบริษัทยังมีแผนเดินหน้าผลิตแอนิเมชันภาคต่อ "ก้านกล้วย 3" ซึ่งคาดว่าจะสามารถลงโรงฉายได้ปี 2555 พร้อมกับยังคงเดินหน้าขายไลเซ่นแอนิเมชันเรื่อง เดิมคือ "ก้านกล้วย 2" ซึ่งเร็วๆ นี้มีกำหนดจะลงโรงฉายตลาดจีน และอินเดีย ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยรายได้ในช่วงที่เกิดวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจช่วงที่ ผ่านมา
นางอัจฉราระบุว่า "ก้านกล้วย 1" ทำรายได้ราว 100 ล้านบาท ขณะที่ "ก้านกล้วย 2" ทำรายได้เพียง 80 ล้านบาท
เครดิต  : http://www.bangkokbiznews.com
http://board.postjung.com/618626.html
ที่มา http://www.gangtoon.com

Popular posts