10 อันดับอนิเมที่ห้ามพลาดดู

อันดับที่ 10 ได้แก่อนิเมเรื่อง Evangelion อีวานเกเลียน มหาสงครามวันพิพากษา (ญี่ปุ่น: 新世紀エヴァンゲリオン Shin Seiki Evangelion ชินเซกิ เอะวานเกริออน) ?) หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Neon Genesis Evangelion หรืออาจเรียนย่อๆ ว่า อีวานเกเลียน, อีวา, NGE เป็นการ์ตูนอะนิเมะชุดสำหรับฉายทางสถานีโทรทัศน์ สร้างโดยสตูดิโอไกแน็กซ์ (Gainax) เขียนบทและกำกับโดย ฮิเดอากิ อันโน (ญี่ปุ่น: 庵野秀明 Anno Hideaki ?) และร่วมผลิตโดยทีวีโตเกียว และ Nihon Ad Systems เริ่มฉายในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2538 เป็นการ์ตูนอะนิเมะที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทั้งในด้านความนิยม ด้านการค้า นอกจากนี้ ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และมีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการอะนิเมะ และสังคมญี่ปุ่นในสมัยนั้น และก่อให้เกิดแฟรนไชส์สินค้าและสื่ออีวานเกเลียนขึ้นมากมาย นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลอะนิเมะใหญ่หลายรางวัล จนได้รับการยอมรับในหลายๆ แห่งว่า เป็นหนึ่งในการ์ตูนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล (one of the greatest anime of all time) และถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอดที่สุดและเป็นเรื่องต้นฉบับที่ทำให้ การ์ตูนทั้งหมดหลังจากนั้นเป็นยุคใหม่มากกว่าขึ้นอย่างมาก เช่น กันดั้ม เป็นต้น อีวานเกเลียน ได้หยิบสัญลักษณ์ทางศาสนาของหลักจูเดโอ-คริสเตียน จากพระธรรมปฐมกาล (Book of Genesis) ในคัมภีร์ของศาสนายิว และศาสนาคริสต์ และเรื่องเล่าทางศาสนาต่างๆ มาเป็นแนวดำเนินเรื่อง ในตอนท้ายๆ ได้เน้นไปที่การวิเคราะห์จิตของตัวละครเมื่อสมัยเด็ก (psychoanalysis) ว่าทำไมตัวละครหลักของเรื่องจึงมีนิสัยและการกระทำเช่นนั้น ซึ่งได้แสดงว่าตัวละครนั้นๆ มีปัญหาทางด้านอารมณ์มาแต่เด็ก จนเกิดอาการป่วยทางจิตในที่สุด การเดินเรื่องจะวนเวียนอยู่กับการตั้งคำถามและการตอบซ้ำไปซ้ำมา จนทำให้ตัวละครสับสนว่าสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นนั้นจริงหรือ ฮิเดอากิ อันโน ผู้กำกับของเรื่อง เคยป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนที่จะเริ่มสร้างเรื่องนี้ เขาได้นำประสบการณ์ตรงของตัวเองในการที่จะเอาชนะโรคซึมเศร้า มาเป็นแนวความคิดของตัวละคร



อันดับที่ 9 ได้แก่อนิเมเรื่อง Durarara!!





อันดับที่ 8 ได้แก่อนิเมเรื่อง Suzumiya Haruhi สึซึมิยะ ฮารุฮิ (ญี่ปุ่น: 涼宮ハルヒ Suzumiya Haruhi ?) เป็นชื่อเรียกนิยายชุดหนึ่ง แต่งโดย นาการุ ทานิกาวะ และวาดภาพประกอบโดย โนอิจิ อิโต ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสนีกเกอร์ส ในประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบัน (พฤษภาคม 2549) นิยายชุด สึซึมิยะ ฮารุฮิ มีอยู่ทั้งหมด 9 เล่ม ถูกดัดแปลงเป็นมังงะลงตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นเอซ และ ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์การ์ตูนความยาว 14 ตอนออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ชิบะ ในปี พ.ศ. 2549 และ นำมาฉายซ้ำพร้อมกับฉายตอนใหม่ในปี พ.ศ. 2552





อันดับที่ 7 ได้แก่อนิเมเรื่อง To Aru Majutsu no Index







อันดับที่ 6 ได้แก่อนิเมเรื่อง Toradora!





อันดับ ที่ 5 ได้แก่อนิเมเรื่อง Gintama คาซึระ โคทาโร่ หัวหน้านักรบขับไล่ต่างแดนคนหนึ่งในเอโดะ ได้ถูกลอบทำร้ายโดยนักดาบปริศนาที่ถือดาบประหลาดและหายตัวไปอย่างลึกลับ อลิซาเบทซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงของคาซึระจึงได้ขอร้องซากาตะ กินโทกิ เพื่อนของคาซึระที่ทำอาชีพเป็นนักรับจ้างสารพัด รวมทั้งลูกจ้างของเขาคือชิมูระ ชินปาจิ และคางุระ ให้ช่วยออกสืบหาผู้ที่ทำร้ายคาซึระ





  อันดับที่ 4 ได้แก่อนิเมเรื่อง To Aru Kagaku no Railgun อินเดกซ์ คัมภีร์คาถาต้องห้าม (ญี่ปุ่น: とある魔術の禁書目録(インデックス) To Aru Majutsu no Indekkusu ทับศัพท์จาก To Aru Majutsu no Index ?) เป็นไลท์โนเวลภาษาญี่ปุ่น ซึ่งต่อมามีการนำไปสร้างเป็นหนังสือการ์ตูน และอะนิเมะ โดยฉบับไลท์โนเวล ประพันธ์โดย คาซึมะ คามาจิ และภาพประกอบโดย คิโยทากะ ฮาอิมุระ เริ่มตีพิมพ์ตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2547 จนถึงปัจจุบัน พิมพ์ออกจำหน่ายแล้วถึง 24 เล่ม (เล่ม 1 ถึงเล่ม 22 และฉบับพิเศษเรื่องสั้น อีกสองเล่ม) จัดพิมพ์โดย ASCII Media Works ส่วนอะนิเมะนำโครงเรื่องมาจากฉบับไลท์โนเวล สร้างโดยอะนิเมะชันสตูดิโอ J.C.Staff กำกับโดย ฮิโรชิ นิชิคิโอริ จัดทำเป็นอะนิเมะซีรีส์ 24 ตอนจบ เริ่มออกอากาศในญี่ปุ่น ตั้งแต่ วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ถึง วันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2552 และหนึ่งปีถัดมา คือในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ก็ได้มีการออกอากาศภาคถัดมา ในญี่ปุ่นในชื่อ เรลกัน แฟ้มลับคดีวิทยาศาสตร์ (To Aru Kagaku no Railgun) สร้างมาจากไซด์สตอรี่ ซึ่งมีการดำเนินเรื่องให้ มิซากะ มิโคโตะ (สาวน้อยผู้สามารถควบคุมไฟฟ้า) เป็นตัวเอกของเรื่อง






  อันดับที่ 3 ได้แก่อนิเมเรื่อง Bakemonogatari มันเป็นเรื่องราวของเหล่าหนุ่มสาวที่ไม่ธรรมดา เล่าเรื่องโดยผ่านศูนย์กลางอย่าง อารารากิ โคโยมิ หนุ่มม.ปลายปีสองผู้เป็นอมตะ โดยคิโยมิจะพบเจอสิ่งประหลาด พร้อมกับเหล่าหญิงสาวนิสัยประหลาด ในบรรยากาศประหลาด .... เขาจึงต้องพบเจอกับผู้คน (และที่ไม่ใช่คน) มากมายที่มีปัญหากับสิ่งลึกลับ ตั้งแต่วิญญาณ ภูต ผี ปีศาจ ไปจนถึงเทพ ด้วยความที่เห็นคนอื่นเดือดร้อนไม่ได้ของเขา ทำให้เขาต้องเข้าไปพัวพันและเจ็บตัวเจ็บใจอยู่เสมอ





  อันดับที่ 2 ได้แก่อนิเมเรื่อง Angel Beats! ในโลกตายหลังจากต่อสู้เทวดาสำหรับโชคชะตาของ พวกเขาและพวกเขาในอนาคต Yuri ผู้นำของ Shinda Sekai Sensen, rebels ต่อพระเจ้าที่ destined เธอมีชีวิตที่ไม่มีเหตุผล On otherhand, Tenshi, ประธานของสภานักเรียนของโลกหลังตายต่อสู้กับสมาชิก SSS สมาชิก SSS ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อต่อสู้ออกต่อมลาอิกะเทียมอำนาจเหนือธรรมชาติ Angel Beats นั้นเป็นผลงานออริจินั่ลของค่าย Keys ที่สร้างสรรค์เรื่องราวของ Air,Kanon,Clannad และ Little Busters! ซึ่งงานนี้ได้มาเอดะ จุน คนแต่งเรื่องหลักของค่าย Keys มาแต่งเรื่องให้ประกบคู่กับ Na-Ga คนออกแบบคาแรคเตอร์ของเกม Little Busters! โดยจะเป็นเรื่องราวของโลกหลังความตาย ที่เทวทูตนั้นต้องต่อสู้เพื่อชะตากรรมและอนาคต ยูริ หรือว่า ยูริปเป้ สาวน้อยซึ่งเป็นหัวหน้าของกลุ่ม ?Shinda Sekai Sensen (SSS ? แนวหน้าโลกหลังความตาย) ได้ทำการปฏิวัติต่อต้านพระเจ้า ผู้กำหนดชะตาชีวิตของเธออย่างไร้เหตุผล ในขณะที่เท็นชิ หญิงสาวซึ่งเป็นประธานของสภานักเรียนของโลกหลังความตายต้องคอยต่อสู้กับ เหล่าสมาชิกของ SSS ซึ่งเหล่าสมาชิกของ SSS นั้นต่างก็ล้วนแล้วแต่ใช้อาวุธ (อย่างยูริปเป้นั้นใช้ปืน M92F BRIGADIER) ส่วนพวกเทวทูตนั้นใช้พลังพิเศษ โปรเจคงานนี้อนิเมชุดนี้อย่างที่เคยรายงานไปแล้วว่าจะทำโดยทาง P.A.Work ดูจาก PV แล้วก็น่าใช้ได้ ถ้าเนื้อเรื่องดีก็น่าจะสอบผ่าน




  อันดับที่ 1 ได้แก่อนิเมเรื่อง K-ON! เค-อง! ก๊วนดนตรีแป๋วแหวว (ญี่ปุ่น: けいおん! Keion! ?) เป็นการ์ตูนสี่ช่องจากญี่ปุ่น แต่งและวาดโดย Kakifly[3] โดยเริ่มตีพิมพ์ลงในนิตยสารของสำนักพิมพ์ โฮบุนชะ ชื่อ มังงะ ไทม์ คิราระ ฉบับเดือนพฤษภาคม 2007 และตีพิมพ์ลง นิตยสาร มังงะ ไทม์ คิราระ คารัท ฉบับเดือนตุลาคม 2008 ด้วย ส่วนอะนิเมะสร้างโดยเกียวโตแอนิเมชัน ซึ่งฉายระหว่างเดือน เมษายน ถึง มิถุนายน 2009[4]ส่วนตอนพิเศษวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนมกราคม 2010 และสำหรับซีซันสองนั้นใช้ชื่อว่า K-ON!! ซึ่งจะเริ่มฉายไปเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2010 ที่ญี่ปุ่น ชื่อเรื่องนี้นำมาจากคำว่า เคองงาคุ (ญี่ปุ่น: 軽音楽 keiongaku ?) ซึ่งแปลว่า ดนตรีเบาๆ

credit http://www.toptenthailand.com/display.php?id=2897